มโนสาเร่ เรื่อง/ภาพ...ประสพ มัจฉาชีพ HonFBPS

ภาพแคนดิด

 

 

คำว่าแคนดิด (CANDID) แปลว่า ซื่อตรง เปิดเผย คำแปลกับความหมายที่นักถ่ายภาพรู้สึกอาจจะไม่ตรงกันนักแต่ถ้าทำความเข้าใจให้ดี ๆ จะเห็นว่าน่าจะไปด้วยกันได้ “ภาพถ่ายที่ซื่อตรง หรือเปิดเผย คือภาพที่ไม่เสแสร้ง ไม่จัดแบบ เป็นภาพที่แสดงอย่างตรงไปตรงมา ดูเป็นธรรมชาติจริง ๆ ไม่มีการบิดเบือน” ภาพลักษณะที่ว่านี่แหละคือภาพ “แคนดิด ”

นักถ่ายภาพบางคนเรียกภาพแคนดิดว่า “ภาพแอบถ่าย” ซึ่งฟังดูไม่ค่อยดีนัก น่าจะเรียกว่า “ภาพทีเผลอ” น่าจะเหมาะกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นภาพแอบถ่าย หรือภาพถ่ายทีเผลอ ล้วนเป็นภาพที่ได้มาจากภาพคน หรือภาพสัตว์เท่านั้น ส่วนสิ่งไม่มีชีวิต รวมทั้งต้นไม้ แมลง และสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ คงไม่สามารถถ่ายให้เป็นภาพแคนดิดได้

 


การแอบถ่ายมิได้เกิดจากความสอดรู้ สอดเห็นหรือสัปปะดี้-สีปะดน เพียงแต่เป็นภาพที่ถ่ายขณะไม่รู้ตัวเท่านั้น ซึ่งวิธีการนี้เป็นการตัดปัญหาในกรณีของผู้ถูกถ่าย ที่รู้ตัวว่า ถูกถ่ายภาพ มักตีสีหน้าไม่สนิท มีทีท่าเก้อเขิน แข็งแกร็ง ไม่เป็นธรรมชาติ ฉะนั้น การที่จะไม่ให้ผู้ที่เราถ่ายรู้ตัว ก็มีอยู่ทางเดียวคือ “แอบถ่าย” หรือ “ถ่ายทีเผลอ” นั้นเอง

ข้อสำคัญที่ต้องระวังก็คือ อย่าไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเขาเป็นอันขาด มีวิธีการถ่ายภาพแคนดิดได้หลายวิธีคือ

วิธีที่หนึ่ง สมมุติว่า จะถ่ายภาพคนที่อยู่ใกล้ หรืออยู่ห่างจากกล้องระยะไม่เกิน 10 ฟุต (3 เมตร) ถ้ายกกล้องขึ้นเล็งไปที่ตัวเขา แล้วปรับโฟกัส เจ้าตัวจะรู้ว่า ถูกถ่ายภาพ อาจจะเดินหลบหลีกจากไป หรือไม่ก็จะพยายามจัดท่าทาง จัดเครื่องแต่งกายให้เข้าที่เข้าทาง จนดูเรียบร้อยเกินไป ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือหันมามองกล้องแล้วทำหน้าตาทะเล้นให้ หรือไม่ก็ทำงานไปอมยิ้มไป ก็จะได้ผลเป็นลบ

ทางที่ดีควรเบนกล้องไปที่อื่นก่อน ตั้งโฟกัสที่จุดใด จุดหนึ่ง ที่มีระยะทางจากกล้องใกล้เคียงกับระยะของคนที่เราต้องการจะถ่าย (กล้องถ่ายภาพยุคปัจจุบันมีระบบปรับโฟกัสอัตโนมัติให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว)

เมื่อการเตรียมการใช้กล้องเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็รอจังหวะที่เห็นว่าเข้าท่าแล้ว ก็หันกล้องกลับไปแล้วลั่นไกอย่างนิ่มนวล (คำว่า นิ่มนวลในที่นี้หมายความว่า ผู้ถูกถ่ายไม่ได้ยินเสียงชัตเตอร์ลั่น และไม่สังเกตเห็นการถูกแอบถ่าย) นอกจากนี้ผู้ที่ชำนาญในการใช้กล้องดีแล้ว จะสามารถบอกได้ว่า แต่ละระยะที่จะถ่ายภาพนั้น ควรใช้เลนส์ หรือปรับเลนซ์ซูมอยู่ที่ระยะใด จึงจะได้จะได้ภาพอยู่ในกรอบพอดี เช่น จะถ่ายภาพคนเต็มตัว ถ่ายภาพคนครึ่งตัว หรือถ่ายเฉพาะจุดใด จุดหนึ่ง ควรใช้เลนส์ชนิดใด หรือปรับเลนส์ไปไว้ที่ความยาวเท่าไรก่อนที่จะแอบถ่าย เป็นต้น หากยังมัวแต่ดึงเข้าดึงออกอยู่อาจจะไม่ทันการ

 

 

อีกวิธีหนึ่งคือใช้อุปกรณ์ช่วยที่เรียกว่า “เครื่องมองภาพหักมุม” (Angular Viewfinder) สวมทับลงไปที่ช่องมองภาพของกล้อง เครื่องมองภาพแบบหักมุมนี้มีที่สำหรับหมุนแต่งได้ เมื่อสวมลงไปที่กล้องแล้วจะสามารถปรับตัวกล้องหรือหันเลนส์กล้องไปในทิศทางใดก็ได้ โดยที่ผู้ถ่ายไม่ต้องหันลำตัว หรือหันหน้าไปตามทิศทางนั้น ผู้ที่ถูกแอบถ่ายจะไม่รู้สึกตัวเลย เพียงแต่ต้องระวังอย่าไปเจอกับผู้ที่รู้ทันก็แล้วกัน (เครื่องมองภาพหักมุมนี้ ราคาไม่แพง ถามคุณวิชัยดู เห็นนำออกมาใช้บ่อย ๆ) เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับถ่ายภาพมุมต่ำระดับพื้นดินหรือผิวน้ำ

วิธีต่อไปคือใช้กล้อง / 2 เลนส์ (กล้องสะท้อนแสง) ที่มีช่องมองภาพอยู่ระดับเอว (Waist level viewfinder) เพียงหันกล้องไปยังทิศทางต้องการถ่ายโดยไม่ต้องหันลำตัวของเราไปทางนั้น วิธีนี้ไม่ทำให้ผู้ถูกถ่ายรู้ตัวได้เหมือนกัน แต่กล้องแบบนี้หมดความนิยมไปเกือบหมดสิ้นแล้ว เพราะมีลักษณะเป็นกล้องสี่เหลี่ยม ดูเทอะทะ นักถ่ายภาพรุ่นใหม่บางคนอาจไม่เคยเห็น

วิธีสุดท้ายก็คือใช้เลนส์เทเลโฟโต้ยาว ๆ (มีใช้อยู่กันทุกคนอยู่แล้ว) เช่น เลนส์ขนาด 300 มม. ของกล้อง 35 มม. หรือยาวกว่าเพื่อถ่ายจากระยะไกล เพราะเลนส์เทเลโฟโต้มีคุณลักษณะคล้ายกล้องส่องทางไกล ที่สามารถดึงสิ่งที่อยู่ไกลให้เข้ามาใกล้ได้ บางทีก็นิยมเรียกเลนส์ชนิดนี้ว่า “เลนส์ดึงภาพ” แต่การใช้เลนส์ยาว ๆ แอบถ่าย ไม่ควรใช้ขาตั้งกล้องช่วยเพิ่มความคมชัด เพราะจะเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่าย

 


อย่างไรก็ตาม “ภาพแอบถ่ายหรือภาพทีเผลอ” มักเป็นภาพที่ได้มาโดยบังเอิญ และเป็นภาพที่ถ่ายได้ค่อนข้างยาก กว่าจะได้ภาพดีๆ มีคุณภาพทางด้านภาพถ่ายศิลปะมาสักภาพหนึ่ง ต้องพึ่งพาทิศทางของแสง สถานที่ ๆ เหมาะสม ฉากหลังที่ไม่รกรุงรังเกินไป เวลาตรงตามความเป็นจริง รวมทั้งองค์ประกอบภาพอื่นๆ ภาพถ่ายทีเผลอจึงมักจะถูกนำมาตกแต่งเพิ่มเติมในคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ มากบ้าง น้อยบางเพื่อทำให้ภาพดูดีขึ้น

บางทีการจัดแบบถ่ายภาพก็อาจช่วยในเรื่องนี้ได้ เพียงแต่ต้องทำให้ดูสมจริง สมจัง ไม่ผิดไปจากความเป็นไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลา และสถานที่ ควรยึดเอาความเป็นไปตามธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลาและสถานที่ควรยึดเอาความเป็นจริงไว้ให้มากที่สุด จนผู้พบเห็นภาพจับไม่ได้ว่าเป็นภาพจัดถ่ายขึ้น หรือไม่ได้จัดถ่าย

สรุปได้ว่า การถ่ายภาพของคนที่เป็นเจ้าของงานตัวจริง อยู่กับงานของเขาอย่างแท้จริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โอกาสที่จะได้ภาพแคนดิดสวย ๆ งาม ๆ จะมีมากขึ้นดีกว่าการกะเกณฑ์ให้ผู้ที่เราจะถ่ายภาพเข้าไปอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ ทำอย่างนั้น อย่างนี้ ตามแต่จะบงการ เชื่อแน่ว่าจะไม่สามารถสร้างภาพ “ทีเผลอ” หรือแคนดิดได้ โดยมากเมื่อดูภาพแล้วถูกจับได้ว่า เป็นการจงใจ และฝืนความเป็นจริง

 


เทคนิคการถ่ายภาพคนในอิริยาบถต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ควรทำตามขั้นตอนดังนี้

แรกเริ่มพยายามฝึกซ้อมการหาโฟกัสให้คล่องไว้ก่อน กรณีที่มีระบบโฟกัสอัตโนมัติก็ควรฝึกเลื่อนจุดโฟกัสไปที่จุดหมายอย่างว่องไว รู้ล่วงหน้าด้วยว่า เลนส์แต่ละตัวหมุนไปทางซ้ายหรือทางขวา เพื่อจับภาพคนที่อยู่ใกล้ หรือไกลให้ได้ขนาดพอดีตามต้องการ ถ่ายภาพคน ๆ เดียวง่ายกว่าถ่ายภาพคนหลายคน เพราะโอกาสที่จะได้ “ความเป็นเอกภาพ” จากภาพคนหลายคนนั้น ค่อนข้างยาก ต้องลงมือฝึกซ้อมถ่ายภาพเสมอจึงจะสมปรารถนา

นอกจากนี้ การถ่ายภาพกลางแจ้งที่มีแสงแดดจัด จนต้องหรี่หน้ากล้องให้เล็กลง
ก็ช่วยให้เกิดช่วงความชัดลึกยาวขึ้น เป็นประโยชน์ในการบรรเทาความผิดพลาดจากการปรับระยะชัดได้ เลนส์มุมกว้างจะมีช่วงความชัดลึกมากกว่าเลนส์เทเลโฟโต

 


การตัดส่วน (Cropping) ได้แก่ การเลือกเฉพาะส่วนใด ส่วนหนึ่งของภาพที่ถ่ายมาแล้ว ขยายให้ใหญ่ขึ้น ก็มีส่วนช่วยในการทำให้ภาพแคนดิดที่แอบถ่ายมามีองค์ประกอบ และเนื้อเรื่องสมบูรณ์ดีขึ้น การตัดส่วนนี้ถือเป็นเทคนิค และรสนิยมของแต่ละบุคคล วิธี และแนวทางการตัดส่วนของหลาย ๆ คนอาจจะมีการแสดงออกไม่เหมือนกัน ภาพบางภาพเมื่อนำมาตัดส่วนให้ดี ๆ อาจได้ภาพที่สวยงามกว่าเก่ามากว่า 1 ภาพก็ได้

สำหรับผู้ที่ไม่มีเลนส์เทเลโฟโต้ยาว ๆ ใช้ก็อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะเลนส์มาตรฐานขนาด 50 มม. ที่ติดมากับกล้องในสมัยนี้(นักถ่ายภาพส่วนมาก จะไม่รับเอาเลนส์มาตรฐานมาด้วย แต่จะซื้อเฉพาะตัวกล้อง (Body) มาอย่างเดียวเท่านั้น) มีคุณภาพในด้านความคมชัดสูง (สูงกว่าเลนส์ขนาดอื่น) พร้อมทั้งไม่ต้องใช้ความไวแสง (ISO) สูง ๆ ขณะถ่ายภาพ ทำให้ตัวรับภาพรับแสงได้ละเอียด สามารถขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นจากส่วนใด ส่วนหนึ่งของภาพ โดยไม่สูญเสียรายละเอียดมากนัก เพียงแต่ต้องปรับระยะชัดให้แม่น จับกล้องให้นิ่งขณะกดชัตเตอร์ โดยใช้ความเร็วชัตเตอร์อย่างน้อย 1/100 วินาที (2 เท่าความยาวของเลนส์) แล้วก็ พยายามถ่ายให้ตัวรับภาพได้รับแสงพอดี ชดเชยแสงให้ถูกต้องตามแต่กรณี รับรองว่า ตัดส่วนขึ้นมาแล้วไม่ทำให้ภาพเสียหายมากนัก

โดยปกติแล้วสามารถตัดส่วนขึ้นมาได้ประมาณหนึ่งในสิบของเนื้อที่ทั้งหมด ของภาพ เมื่อคำนวณดูแล้วจะเห็นว่า จากเลนส์มาตรฐาน 50 มม. ที่ใช้ถ่ายภาพเมื่อตัดส่วนออกมาแล้วจะได้ภาพเท่ากับถ่ายด้วยเลนส์ 500 มม. ทีเดียว

ภาพแคนดิดหรือภาพถ่ายทีเผลอ นอกจากจะเป็นภาพของคนแล้ว ภาพสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นสัตว์ป่า หรือสัตว์เลี้ยงก็สามารถถ่ายภาพแคนดิดได้ทั้งสิ้น มีข้อควรปฏิบัติในการแอบถ่ายภาพคน คือควรมีมารยาทที่จะไม่ถ่ายภาพในหลายอริยาบท เช่น ขณะทานอาหาร ขณะนอนหลับ ขณะอาบน้ำ และอิริยาบถอื่น ๆ ที่ใคร ๆ ก็ไม่ชอบให้นำภาพไปเปิดเผย และต้องไม่คิดไปว่า ภาพแคนดิดคือภาพที่ถ่ายกันเล่น ๆ เท่านั้น