มโนสาเร่ เรื่อง/ภาพ...ประสพ มัจฉาชีพ HonFBPS

ความขัดแย้ง

 

จั่วหัวเรื่องอย่างนี้มิใช่ว่าจะมาวิพากษ์วิจารณ์การบ้าน การเมืองแต่อย่างใด เพราะข้อบังคับของสมาคมฯ ระบุไว้ว่า “ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง”

นักถ่ายภาพที่ได้ศึกษาวรรณคดี ดนตรี และศิลปะอื่นๆ อย่างลึกซึ้ง คงพอที่จะตัดสินลงไปได้ว่า ความสำเร็จในศิลปะต่าง ๆ เหล่านั้น ส่วนมากมักจะมีการนำเอา “ ความขัดแย้ง” หรือความผิดปกติเข้ามาใช้ในผลงานของตนอย่างมหาศาล

จากวรรณคดีเรื่อง “ พระอภัยมณี ” ของท่านสุนทรภู่ กวีเอกของไทย ท่านก็ได้อาศัยความผิดปกติของมนุษย์กับยักษ์มาผูกเป็นเรื่อง ให้มีความขัดแย้งในความรู้สึกของผู้อ่าน จึงได้นำมาซึ่งความสำเร็จสู่ตัวท่าน เกิดความนิยมชมชอบอย่างสูงมาสู่ประชาชนชาวไทย

ในการบรรเลงของวงดนตรีก็เช่นกัน นักดนตรีทั้งหลายที่ใช้เครื่องดนตรีบรรเลงเพลง ก็ต้องมีเสียงหนัก เสียงเบา เสียงสูง เสียงต่ำ จังหวะช้า จังหวะเร็ว เพลงนั้นจึงจะชวนฟัง เสียงหนัก-เบา สูง-ต่ำ ช้า-เร็ว เหล่านี้ก็คือ ความขัดแย้ง ประเภทหนึ่งนั้นเอง

ประติมากรรมหรือปฏิมากรรมก็ต้องมีการแกะ การสลักหนัก –เบา ลึก-ตื้น หากมิใช่เจตนาให้เกิดความขัดแย้ง ก็น่าจะเป็นการแสดงออกในทางตรงกันข้ามกัน จิตรกรวาดภาพก็ต้องมีการให้สีอ่อนบ้าง แก่บ้างไม่เท่ากัน และในเนื้อหาของภาพก็ไม่พ้นความขัดแย้งดังกล่าวมาแล้วทั้งหมด

ภาพถ่ายกับภาพวาดมีความคล้ายคลึงกันอยู่หลายประการ จึงเป็นหน้าที่ของนักถ่ายภาพที่จะทำ ความกระจ่างเกี่ยวกับความขัดแย้งในภาพถ่ายให้ประสบความสำเร็จง่ายดายขึ้น โดยเฉพาะกับภาพถ่ายประเภทลวดลาย และลีลา ที่ส่วนใหญ่จะเป็นภาพที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตเช่น คน หรือสัตว์เข้ามายุ่งเกี่ยวบ่อยนัก หากได้ทำความเข้าใจจนเกิดความซาบซึ้งดีแล้ว จะทำให้สามารถถ่ายภาพลวดลายได้อย่างสนุกสนาน โดยไม่จำเป็นต้องทุ่มเทเงินทองเดินทางไปถ่ายภาพยังที่ไกล ๆ

“ความขัดแย้ง” ในภาพถ่ายประเภทลวดลาย และประเภทอื่นๆ ดังกล่าวมานี้ เป็นเพียงหลักการที่ผู้ถ่ายภาพต้องใช้วิจารณญาณในการถ่ายทำ ทั้งนี้ มิใช่ว่าภาพถ่ายทุกภาพต้องมีเนื้อหาที่ขัดแย้งกันเสมอไป จึงจะนับเป็นภาพที่ดี

การจัดองค์ประกอบภาพให้ถูกต้อง การแจกจ่ายแสง และเงาให้เหมาะสมยังคงเป็นหลักการที่สำคัญสำหรับภาพถ่ายศิลปะ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ และต้อง “ ถือผิดเป็นครู ” ด้วย จะใช้ความรู้ทางด้านทฤษฎีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะจะไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เลยหากเว้นการปฏิบัติอย่างจริงจัง

เมื่อเริ่มฝึกถ่ายภาพใหม่ “ความขัดแย้ง ” ที่นักถ่ายภาพได้เรียนรู้ในเบื้องต้นก็คือ ความขัดแย้งของสี ภาพเอกรงค์หรือภาพขาว-ดำ จะมีแต่สีเทาอ่อน เทาแก่ และสีดำ ส่วนฟิล์มสีหรือภาพสีจะมีสารพัดสี เช่น สีแดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง สีที่นำมากล่าวถึงทั้ง 7 สีนี้ ก็เป็นสีของรุ้งนั้นเอง

ตามที่คนทั่วไปเข้าใจว่า ภาพถ่ายสีต้องมีสีสด ๆ และมีหลากสีนั้น ยังไม่ถูกต้องนัก เพราะการถ่ายภาพสีต้องแสดงสีให้มีความสมดุล คือมีสีเด่น มีสีรอง คล้าย ๆ กับมีจุดสนใจเอกกับจุดสนใจรอง ซึ่งในภาพถ่ายสีจะมีทั้งการให้สีตัดกันบ้าง สีที่กลมกลืนกันบ้าง มาสร้างความโดดเด่นที่สวยงามให้แก่ภาพถ่าย

สีที่ตัดกัน หรือสีตรงกันข้ามกันเข้าทำนองบวกกับลบ เป็นที่นิยมนำมาใช้ในภาพถ่ายสีมากที่สุด เพราะเห็น “ ความขัดแย้ง” ชัดเจนและสะดุดตาดี เช่น สีแดงตัดกับสีฟ้า สีเหลืองตัดกับสีน้ำเงิน สีเขียวตัดกับสีม่วงเป็นต้น

แต่การใช้สีกลมกลืนกัน ก็สามารถสร้างความสวยงามและความหมายให้แก่ภาพถ่ายสีได้ดีไม่แพ้กัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเนื้อหา และเรื่องราวของภาพที่ผู้ถ่ายภาพต้องการแสดงออกมา เช่น เมื่อมีสีแดงเป็นสีเด่น สีที่กลมกลืนที่พอจะเข้ากับสีแดงได้คือสีส้ม และสีเหลือง ซึ่งเป็นสีที่อยู่ในกลุ่ม “ สีอุ่น” ด้วยกัน หรือเมื่อสีเด่นเป็นสีน้ำเงิน สีที่กลมกลืนกันก็คือสีฟ้า หรือสีม่วง ซึ่งเป็นสีทีอยู่ในกลุ่ม “ สีเย็น ” ด้วยกัน ดังนี้เป็นต้น

ในที่สุด ไม่ว่าจุดสนใจเด่นจะเป็นสีใด เราอาจใช้สีหม่น หรือสีเทาช่วยขับให้สีของจุดสนใจให้ดูสดใสขึ้นได้ เพราะสีเทาเป็นสีกลางที่เข้าได้กับทุกสี การ์ดสีเทาจึงเป็นสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับติดภาพถ่าย

อย่างไรก็ตาม อารมณ์ และความหมายของภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ถ่ายภาพต้องศึกษาให้เข้าใจจะได้ใช้สีได้ถูกต้อง ภาพประเภทใดควรใช้สีตัดกัน ภาพประเภทใดใช้สีกลมกลืนกัน

ความขัดแย้ง ความแตกต่าง ความผิดปกติและการเปรียบเทียบทั้งหลายแหล่มีอยู่มากมาย พอจะยกมาเป็นตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้.-

-จางกับเข้ม - ทุกครั้งที่ถ่ายภาพย้อนแสง หรือแสงเฉียง ไม่ว่าจะเป็นภาพสี หรือภาพขาว-ดำ ส่วนที่ถูกแสงจะมีสีจางกว่าส่วนที่ไม่ถูกแสง เป็นลักษณะการให้แสงที่นิยมทำกันอยู่ เพื่อทำให้ภาพมีมิติที่สวยงาม ความขัดแย้งข้อนี้น่าจะมีอยู่ในภาพศิลปะทุกประเภท

-อ่อนกับแข็ง - จากภาพที่ 1 ฟองคลื่นอันอ่อนนุ่นในฉากหน้า และป่าไผ่เอนลู่ ดูอ่อนไหวในฉากหลังสร้างความขัดแย้งกับแพและหลังคายอดแหลมที่แข็งกระด้าง เป็นชีวิตชีวาของภาพนี้ โดยทั่ว ๆ ไป ภาพที่มีน้ำหนักทุกภาพมักจะแสดงความขัดแย้งให้รู้สึกได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาพน้ำกับเรือ น้ำกับแพ หรือน้ำที่บรรจุอยู่ในภาชนะต่าง ๆ

ภาพที่ 1

ภาพที่ 2

ภาพที่ 3

ภาพที่ 4

ภาพที่ 5

ภาพที่ 6

-ละเอียดกับหยาบ -ใบไม้อันละเอียดอ่อนมักขัดแย้งกับลำต้นที่มีเปลือกหยาบกร้าน ดอกกุหลาบที่มีกลิ่นหอม และกลีบดอกที่บอบบาง อ่อนนุ่นกลับมีกิ่งก้านที่มีหนามแหลมคม เป็นความขัดแย้งที่ธรรมชาติจัดสรรมา ยางรถยนต์ที่คล้องอยู่กับเสาในภาพที่ 6 เป็นการใช้ความยืดหยุ่นของยางรถยนต์ช่วยป้องกันมิให้เรือกระทบกับเสาปูนที่แข็งแกร่ง เป็นความขัดแย้งระหว่างอ่อนกับแข็ง หรือละเอียดกับหยาบได้ทั้ง 2 กรณี

-แคบกับกว้าง -ภาพเรือแล่นแหวกสายน้ำเป็นฟองขาวกระจายกว้างออกไปทางด้านท้าย ภาพของทางเดินแคบ ๆ เลื้อยลัดกลางทุ่งหญ้า ภาพถนนหนทางคดเคี้ยวท่ามกลางหุบเขา ล้วนเป็นภาพที่แสดงการเปรียบเทียบขนาดความกว้างกับความแคบได้ดี

-ต่ำกับสูง - ในการจัดนิทรรศการภาพถ่าย ผู้ทรงคุณวุฒิแนะนำให้ติดภาพคละเคล้ากัน โดยมีภาพใหญ่บ้าง ภาพเล็กบ้าง ติดสูงบ้าง ต่ำบ้าง นำภาพแนวนอนติดรวมกับภาพแนวตั้ง เพื่อสร้างความแตกต่าง ไม่ควรติดภาพขนาดเดียวกันอยู่ใกล้กัน และอยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด แม้จะดูเรียบร้อยดี แต่ก็ทื่อ ๆ ไม่ชวนมอง ลองย้อนกลับไปดูตัวอย่างภาพที่ 6 อีกครั้ง ตอไม้ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา หากมีระดับสูงต่ำเท่ากันหมดทุกต้น ภาพจะดูจืดชืด

-ใกล้กับไกล – การเน้นชัดเฉพาะจุดสนใจที่อยู้ใกล้กว่า แล้วปล่อยให้สิ่งที่อยู่ไกลออกไปอยู่นอกระยะชัด เป็นวิธีสร้างความขัดแย้งวิธีหนึ่ง ช่วยขจัดสิ่งรกรุงรังในฉากหลังได้ดี สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ชมภาพได้ เรื่องใกล้กับไกลนี้ เป็นความขัดแย้งที่นักถ่ายภาพส่วนใหญ่ทำได้ดีอยู่แล้ว

-แหลมกับกลม – ภาพลากจูงแพในภาพที่ 1 เป็นการเปรียบต่างระหว่างหลังคายอดแหลมกับฟองคลื่นที่ม้วนกลม ในภาพที่ 5 ก็มีถาดแก้วเป็นทรงสีเหลี่ยม แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่วางอยู่บนถาดล้วนมีรูปทรงกลม เป็นความขัดแย้งที่ทำให้ภาพมีความสมบูรณ์

-โค้งกับตรง –เมื่อมีทางรถไฟเป็นเส้นโค้งก็ควรมีทางตรงรวมอยู่ด้วย หรือมีเสาสัญญาณตั้งตรงเป็นส่วนประกอบ มีทางเดินเป็นเส้นตรงก็ควรมีซุ้มไม้เป็นเส้นโค้งอยู่สองข้างทาง ภาพจึงจะมีลีลาที่สวยงาม เป็นความขัดแย้งที่ลงตัว

-ใสกับขุ่น - ย้อนกลับมาดูภาพที่ 5 จะเห็นว่า ชุดกาแฟทั้งชุดล้วนมีความใส จึงต้องใช้ความเข้มของขนมมาวางอยู่บนความใส เพื่อสร้างความขัดแย้ง และใช้เป็นจุดสนใจสำคัญของภาพ ขอให้สังเกตุขวดแก้ว หรือขวดพลาสติกใสทุกชนิดที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ฝาที่ปิดขวดเหล่านั้นไม่มีความใสเหมือนตัวขวดเลยแม้แต่ขวดเดียว เป็นตัวอย่างของการสร้างความแตกต่าง

-สั้นกับยาว – ลักษณะของภาพมีส่วนคล้ายกับภาพเปรียบต่างระหว่างความต่ำกับความสูง เหมือนกับมีไม้ยาวก็ต้องมีไม้สั้นกว่ารวมอยู่ด้วย มิฉะนั้นแล้วเมื่อไม้ทุกอันมีความยาวเท่ากันหมด ก็คงไม่มีความสั้น และความยาว

-บางกับหนา – พูดถึงเรื่องบางกับหนา เรามักจะคิดถึงสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ตัว สามารถนำมาสร้างเป็นภาพถ่ายศิลปะได้มากมาย แต่ความบาง ความหนาในที่นี้น่าจะหมายถึงความบาง ความหนาของวัตถุทางด้านข้างมากกว่าทางด้านหน้า หรือด้านบน เช่น ความหนาของหนังสือเมื่อเทียบกับสมุด ความหนาของก้อนอิฐเทียบกับแผ่นไม้บาง ๆ เป็นต้น

-ยืนกับนอน – เรามักจะได้เห็นภาพถ่ายแนวต้นสนที่เรียงตัวเป็นระเบียบสวยงาม เห็นแถวของสิ่งตั้งตรงอยู่บ่อย ๆ และเพื่อให้ได้เรื่องราวที่มีความขัดแย้ง จุดสนใจของภาพที่นำเข้าจึงมักจะอยู่ในแนวนอน หรือโค้งงอ หรืออย่างน้อยก็ควรมีเงาทอดยาวเป็นเส้นทะแยงมุมอยู่ด้านล่าง

ภาพปลาทอง เป็นภาพที่แสดงความขัดแย้งในเรื่องของสีสัน ตัวปลาทองสีส้มซึ่งอยู่ในกลุ่ม “ สีอุ่น” ส่วนฉากหลังมีสีฟ้าเป็นกลุ่ม “สีเย็น” เป็นความขัดแย้งที่นิยมใช้กันทั่วไป

ขอย้ำให้สังเกตุอีกครั้งหนึ่งว่า ภาพถ่ายหรือภาพวาดส่วนใหญ่จะใช้สีอุ่นสร้างจุดสนใจอยู่บนฉากหลังสีเย็นเสมอ แม้แต่ภาพของท้องฟ้ายามเช้า หรือยามเย็นก็ยังมีสีฟ้า และสีดำปะปนอยู่ไม่มาก ก็น้อย

ภาพหนูน้อยท่างกลางฝูงปลา มีความขัดแย้งปรากฏให้เห็นได้มากมาย ได้แก่ จางกับเข้ม อ่อนกับแข็ง ละเอียดกับหยาบ ใกล้กับไกล ใสกับขุ่น บางกับหนา และอาจจะมากกว่านี้ ลองช่วยกันมองหาดู

ภาพมุมหนึ่งของห้อง นอกจากจะมีความขัดแย้งเรื่องของสีแล้ว ยังมีจางกับเข้ม อ่อนกับแข็ง ละเอียดกับหยาบ แคบกับกว้าง ใสกับขุ่น บางกับหนา ยืนกับนอน และอื่น ๆ จุดสนใจที่สำคัญของภาพนี้ก็คือ โคมไฟกับบนผนังห้องนั้นเอง หากจับภาพเอาเฉพาะฝาห้องหรือเฉพาะพรมปูพื้น ก็คงจะได้ภาพลวดลายไว้เป็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์เท่านั้นเอง